วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
คุณประโยชน์ของกล้วยหอม
หลังจากอ่านบทความนี้จบ....คุณจะชอบกินกล้วยหอมทันที
กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส
( sucrose, fructose and glucose) รวมทั้งเส้นใยอาหาร
มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที
เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที
ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับ ..นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก
(เคยเห็นในสนามเทนนิส....พอพักเบรคบางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ)
ยังไม่หมดนะ....เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์
ป้องกันโรคภัยและภาวะต่าง ๆของร่างกายได้อีกด้วย
ความเศร้าซึม//จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม
พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม
เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง
ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin
สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น
สำหรับสุภาพสตรี//*-*ก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย
ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย..เช่ นปวดท้อง ปวดหัว....ฯลฯ
รีบกินกล้วยหอมซะดี ๆ.....ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย....
มันสามารถป้องกันได้นะจ๊ะ........
โรคโลหิตจาง ( Anemia)//-*ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิ ต Hemoglobin ( ฮีโมโกลบิน)
ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้
แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอก
ความดันโลหิต ( Blood Pressure)//*-*/กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ
เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration
อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ ยงความดันได้จริง
เสริมสร้างพลังสมอง ( Brain Power)
มีนักเรียนจำนวน 200 คนจ าก Twickenham school
อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กิตกล้วยหอมเป็นอาหารเช ้า
รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น
เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื ่นตัวอยู่เสมอ
อาการท้องผูก ( Constipation)
เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี
เมาค้าง ( Hangovers)
วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้วยหอมปั่น banana milkshake
โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย
ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็วขึ้น.......
จุกเสียดแน่นท้อง ( Heartburn)
กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่
ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว
บรรเทาแผลยุงกัด
ก่อนที่จะใช้ยาทา
ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด
จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้
ระบบประสาท
วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด
อ้วนจากทำงานมากเกินไป
ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า
<
//**-*//*กล้วยหอมนั้นเป็นยอดผลไม้
เปรียบเทียบกับแอปเปิลแล้ว
กล้วยหอมมีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า
มีคาร์โบไฮเดรทมากกว่า 2 เท่า
ฟอสฟลอรัสมากกว่า 3 เท่า
วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า
วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆมากกว่า 2 เท่า
กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส
( sucrose, fructose and glucose) รวมทั้งเส้นใยอาหาร
มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที
เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที
ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับ ..นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก
(เคยเห็นในสนามเทนนิส....พอพักเบรคบางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ)
ยังไม่หมดนะ....เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์
ป้องกันโรคภัยและภาวะต่าง ๆของร่างกายได้อีกด้วย
ความเศร้าซึม//จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม
พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม
เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง
ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin
สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น
สำหรับสุภาพสตรี//*-*ก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย
ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย..เช่ นปวดท้อง ปวดหัว....ฯลฯ
รีบกินกล้วยหอมซะดี ๆ.....ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย....
มันสามารถป้องกันได้นะจ๊ะ........
โรคโลหิตจาง ( Anemia)//-*ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิ ต Hemoglobin ( ฮีโมโกลบิน)
ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้
แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอก
ความดันโลหิต ( Blood Pressure)//*-*/กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ
เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration
อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ ยงความดันได้จริง
เสริมสร้างพลังสมอง ( Brain Power)
มีนักเรียนจำนวน 200 คนจ าก Twickenham school
อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กิตกล้วยหอมเป็นอาหารเช ้า
รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น
เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื ่นตัวอยู่เสมอ
อาการท้องผูก ( Constipation)
เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี
เมาค้าง ( Hangovers)
วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้วยหอมปั่น banana milkshake
โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย
ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็วขึ้น.......
จุกเสียดแน่นท้อง ( Heartburn)
กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่
ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว
บรรเทาแผลยุงกัด
ก่อนที่จะใช้ยาทา
ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด
จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้
ระบบประสาท
วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด
อ้วนจากทำงานมากเกินไป
ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า
<
//**-*//*กล้วยหอมนั้นเป็นยอดผลไม้
เปรียบเทียบกับแอปเปิลแล้ว
กล้วยหอมมีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า
มีคาร์โบไฮเดรทมากกว่า 2 เท่า
ฟอสฟลอรัสมากกว่า 3 เท่า
วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า
วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆมากกว่า 2 เท่า
ไผ่หวานหม่าจู ปลูกขายหน่ออย่างไร
ไผ่หวานหม่าจู ปลูกขายหน่ออย่างไร
โดย วิธีปลูกเพื่อเก็บหน่อขายเป็นอาชีพเริ่มจากขุดหลุมลึกและกว้าง 1 คูณ 1 เมตร ปลูกห่างกัน 4 คูณ 4 เมตร หลังจากนำต้นลงปลูกระยะแรกให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเช้าเย็น พร้อมบำรุงปุ๋ยจำพวกขี้วัวหรือขี้ควายแห้งสลับกับปุ๋ยคอกกลบฝังดินรอบโคนต้นเดือนละครั้ง พอต้นเริ่มแตกกิ่งใหม่ให้เห็นแสดงว่าต้นเคยดินและลากแข็งแรงเดินหาอาหารได้แล้ว คอยพรวนดินรอบโคนต้นประจำ พร้อมเก็บวัชพืชอื่นๆที่ขึ้นอยู่ทิ้งให้หมด ประมาณ 6-7 เดือน หลังปลูก “ไผ่หวานหม่าจู” จะเริ่มแทงหน่อขึ้นเหนือดินให้เห็น ให้สังเกตว่าหน่อมีขนาดใหญ่สูงประมาณ 1 ฟุตเศษ สามารถเก็บเกี่ยวหน่อได้และบำรุงปุ๋ยให้ต้นทันที ถ้าลำไผ่ต้นไหนอายุนาน 1.5 ปี ให้ตัดโคนเอาลำไผ่ ไปใช้ประโยชน์หรือขายได้ เพื่อจะสร้างหน่อหรือต้นใหม่ขึ้นมาแทน และพยายามให้ต้นไผ่แตกกออยู่ในวงพอดี ไม่ควรให้กระจายกว้างเกินไป ปฏิบัติเช่นนี้เป็นวัฏจักรจะทำให้ “ไผ่หวานหม่าจู” มีหน่อให้เก็บกินและเก็บขายได้เกือบทั้งปี
ประโยชน์อื่นๆ ชาวจีนใช้ ใบของ “ไผ่หวานหม่าจู” หมักเป็นเหล้าธรรมชาติเรียกว่า “เหล้าจู๋-เย้ชิง” ใบกับรากต้มรวมกันดื่มเป็นน้ำชารักษาโรคมดลูกอักเสบ ขจัดระดูขาวและประจำเดือนไม่ปกติในสตรี ขับปัสสาวะ รักษาไตได้ อีกด้วย
ไผ่หวานหม่าจู หรือ DEND-ROCA LAMUS LATIFLERUS มีชื่อสามัญว่า TAIWAN GIANT BAMBOO ปัจจุบันมีต้นขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณหลง?คุณก็อต” ตรงกันข้ามโครงการ 15 ราคาสอบถามกันเอง ถิ่นกำเนิดประเทศไต้หวันและประเทศจีน เนื้อของหน่อมีรสชาติอร่อย ไม่ขม สามารถปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่างครับ
หลากสรรพคุณกล้วยหอม บำรุงร่างกาย
หลากสรรพคุณ บำรุงร่างกาย
ในกล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิด คือ ซูโครส (sucrose) ฟรักโทส (fructose) และกลูโคส (glucose) ให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที โดยมีรายงานวิจัยยืนยันว่า กล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอต่อการทำงานถึง 90 นาที
เรื่องนี้แฟนเทนนิสคงคุ้นตาภาพนักหวดระดับโลกกินกล้วยหอมระหว่างเกมการแข่งขัน อ้อ! แต่เขาไม่ได้กินรวดเดียว 2 ใบนะ ขืนทำงั้นคงกลายเป็นของกล้วยๆ ให้คู่ต่อสู้ได้ชัย นอกจากให้พลังงาน กล้วยหอมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างสำคัญคือช่วยให้คลายความเศร้าซึม
จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซึม พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม เพราะในกล้วยหอมมี tryptophan กรดอะมิโนโปรตีน ซึ่งร่างกายแปลงเป็น serotonin สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ในสตรีช่วงก่อนมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย ไม่อยู่กับร่องรอย และก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว ฯลฯ การกินกล้วยหอมช่วยได้ระดับหนึ่ง
ช่วยสู้โรคโลหิตจาง ธาตุเหล็กในกล้วยหอมกระตุ้นร่างกายให้ผลิตเฮโมโกลบินในกระแสโลหิต หยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้ ส่วนที่เกี่ยวกับความดันโลหิต กล้วยหอมมีเกลือโพแทสเซียมเหลืองอยู่มาก เป็นตัวช่วยความดันเลือด ระดับที่หน่วยงานด้านอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาอนุมัติให้เป็นผลไม้ที่มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ยงความดันได้จริง
กล้วยหอมยังมีประสิทธิภาพช่วยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ เพราะวิตามินบี 6 บี 12 โพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่มีอยู่มาก ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสารนิโคติน ในผู้มีอาการเมาค้าง (ซึ่งไม่ควรมีเพราะไม่ควรเมา)
สารวิตามินจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็วขึ้น และเพราะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด การกินกล้วยหอมสัก 1 - 2 คำ ระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น ยังทุเลาอาการแพ้ท้องได้
เส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยของลำไส้เล็กทำงานดีขึ้น ระบบขับถ่ายในร่างกายทำงานได้ดี ลดปัญหาท้องผูก และสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีอยู่ยังช่วย ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง แต่อีกด้านกรดต่างๆ ที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะ ลดการเป็นแผลในกระเพาะได้
ส่วนภายนอก บรรเทาแผลยุงกัด หลังยุงกัดจนได้ตุ่มแดง ก่อนใช้ยาทาลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด ช่วยลดอาการคันหรือบวม
อ้วนจากทำงานมากเกินไป กล้วยหอมก็ช่วยได้ สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียศึกษาและพบว่า ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแลตและพวกโปเตโตชิพส์มากเกินไป และนั่นทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นกินกล้วยหอมสักเล็กๆ น้อยๆ ประมาณทุกๆ 2 ชั่วโมง จะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจุกจิก
เสริมสร้างพลังสมอง ข้อนี้อ้างอิงจากงานวิจัยอังกฤษที่ระบุว่า ในแคว้นมิดเดิลเซกส์ มีนักเรียนจำนวน 200 คนจากโรงเรียนทวิกเคนแนม บอกว่าสอบผ่านเพราะได้กินกล้วยหอมเป็นอาหารเช้า รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมองสดชื่น โดยงานวิจัยพบว่าโพแทสเซียมในกล้วยหอมช่วยนักเรียนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ
การรับประทานกล้วยหอมสุกเป็นประจำจะทำให้ร่างกายได้รับสารเพ็กติน โปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี รวมถึงธาตุฟอสฟอรัสและแคลเซียม บำรุงสายตาให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ยับยั้งการเกิดโรคต่างๆ ในช่องปาก ลดการเกิดตะคริว และกล้วยหอมเป็นผลไม้เย็น ผ่อนร้อนได้
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด
กล้วยหอม
กล้วยหอม เป็นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยหอมจันท์ กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว จัดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารครบถ้วนตามหลักทางโภชนาการ อาทิเช่น มีวิตามิน ไฟเบอร์ ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการขับถ่าย มีสารแทนนิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีชื่อว่า Escherichia coli ที่เชื่อว่าทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้ เป็นต้น ซึ่งกล้วยหอมได้ถูกจัดว่าเป็นผลไม้ของเขตเมืองร้อน สามารถปลูกได้เกือบทุกประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นหลายแห่ง สำหรับประเทศไทยสามารถปลูกกล้วยหอมได้ทั่วทุกภาค ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่สำหรับปลูกกล้วยหอมอยู่ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ไร่ (ผลการสำรวจปี พ.ศ. ๒๕๒๙) โดยพบว่าภาคที่มีการปลูกกล้วยหอมมากที่สุดได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) ภาคใต้ แต่ภาคใต้ และภาคตะวันออก จะเน้นปลูกกล้วยหอมเพื่อการค้า
เนื้อหา |
[แก้] ลักษณะทั่วไป
ต้น ลำต้นสูง 2.5 - 3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 เซนติเมตร กาบลำต้นด้นนอกมีประดำ ด้นในสีเขียวอ่อน
และมีเส้นลายสีชมพู
ใบ ก้านใบมีร่องค่อนข้างกว้าง และ มีปีก เส้นกลางใบสีเขียว
ดอก ก้านเครือมีขน ปลีรูปไข่ ค่อนข้างยาว ปลายแหลม ด้านบนสีแดงอมม่วง มีไข ด้านในสีแดงซีด
ฝัก/ผล เครือหนึ่งมี 4 - 6 หวี หวีหนึ่งมี 12 - 16 ผล กว้าง 3 - 4 เซนติเมตร ยาว 21 - 25 เซนติเมตร ปลายผลมีจุก
เห็ดชัดเปลือกบาง เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง แต่ที่ปลายจุกจะมีสีเขียว
แล้วเปลี่ยนสีภายหลัง เนื้อสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม รสหวาน
[แก้] การปลูก
- การเตรียมดิน :
- การเตรียมหลุมปลูก:
- ระยะปลูกระหว่างแถวและต้น 2x2 เมตร
- ขนาดหลุมปลูก ขนาด 30x30x30 เซนติเมตร
- รองก้นหลุมด้วยดินผสมปุ๋ยอินทรีย์ ด้วย 5 กิโลกรัมต่อหลุม
- การเตรียมพันธุ์และการปลูก:
[แก้] การดูแลรักษา
- การให้น้ำ:
- การให้ปุ๋ย:
- ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 และ 2 เมื่อกล้วยหอมอายุ 1 และ 3 เดือน ด้วยสูตร 20-10-10 หรือ 15-15-15 หรือสูตร ใกล้เคียงอัตรา 125-250 กรัมต่อต้นต่อครั้ง
- ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3 และ 4 เมื่ออายุ 5 และ 7 เดือน ด้วยสูตร 13-13-21 หรือสูตรใกล้เคียง อัตรา 125-250 กรัมต่อต้นต่อครั้ง
- ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ (ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก) ปีละ 1-2 ครั้ง
- การแต่งหน่อ:
- การค้ำยันต้น:
- การหุ้มเครือ และตัดใบธง:
[แก้] การขยายพันธุ์
เนื่องจากกล้วยหอมเป็นพืชที่ปลูกได้ง่ายพบกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เหมาะกับดินที่ร่วนซุย และดินเหนียวที่อุ้มน้ำได้ดี สามารถขยายพันธุ์ด้วยหน่อหรือเหง้า แต่มีข้อจำกัดว่ากล้วยหอมไม่ชอบดินที่มีน้ำขัง[แก้] ประโยชน์
กล้วยหอมสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น- ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผล ราก ยางกล้วยจากใบ เปลือกกล้วยหอม
- ผล ขับปัสสาวะ
- ยางกล้วยจากใบ ใช้ห้ามเลือด
- ผลดิบ ช่วยแก้โรคท้องเสีย สมานแผลในกระเพาะอาหาร
- ผลสุก ใช้เป็นอาหาร กระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุข เป็นยาระบายสำหรับผู้ที่มีอุจจาระแข็ง ช่วยทุเลาอาการปวดท้อง ก่อนหรือขณะมีประจำเดือนได้ สามารถกระตุ้นความตื่นตัวให้กับสมองได้ หรือแม้กระทั่งช่วยทุเลาจากอาการเมาค้างเนื่องจากการดื่มสุรา ของมึนเมา นอกจากนี้การกินกล้วยหอม 1-2 คำ ระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น ยังทุเลาอาการแพ้ท้องได้
- ราก ใช้ต้มน้ำแล้วดื่มเพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน
- เปลือกกล้วยหอม สามารถลดอาการคันหรือบวม จากบริเวณที่ถูกยุงกัดได้ โดยใช้เปลือกด้านใน หรือการนำเปลือกกล้วยหอมมาด้มน้ำดื่ม พบว่าสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ พบว่า หากเราใช้ด้านในของเปลือกกล้วยหอมสุก ถูเบาๆ บริเวณที่มีรอยหยาบกร้าน ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดตามปกติ จะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้น รอยหยาบกร้านจางหายไป
- ส่วนที่ใช้ในงานฝีมือ ห่ออาหาร เลี้ยงสัตว์ : ลำต้น ใบ
- ลำต้น ใช้เป็นฐานกระทง หรือใช้หั่นเลี้ยงสัตว์
- ใบ ใช้ห่ออาหาร หรือประดิษฐ์ประดอยในงานฝีมือ
- ส่วนที่ใช้ด้านการเกษตร : เปลือกกล้วยหอม
- นำเปลือกกล้วยหอมวางไว้รอบๆ โคนต้นกุหลาบ แล้วโกยดินทับประมาณ 1 นิ้ว จะช่วยให้กุหลาบแตกกิ่งเร็วขึ้น
[แก้] การส่งออกกล้วยหอม
ประเทศไทยมีการส่งออกกล้วยหอมไปยังประเทศต่างๆมากมาย เช่น[แก้] ความเชื่อ
- หญิงที่มีครรภ์ห้ามรับประทานกล้วยแฝด เพราะมีความเชื่อว่าจะได้ลูกแฝด แต่เมื่อใดที่อยากมีลูกแฝดก็ให้รับประทานกล้วยแฝดได้
- หญิงที่เพิ่งคลอดลูก หรือแม่ลูกอ่อน ให้รับประทานแกงหัวปลี จะทำให้มีน้ำนมมาก ตามหลักวิทยาศาสตร์พบว่าหัวปลีเป็นพืชที่มีธาตุเหล็กสูง บำรุงเลือดดี จึงทำให้มีน้ำนมมากเพียงพอต่อการเลี้ยงดูบุตร
- ในด้านยาอายุวัฒนะ นำกล้วยแช่น้ำผึ้ง ปิดไห แล้วใช้ปูนแดงทาก่อนปิดฝา จากนั้นเอาไว้ใต้ฐานพระในวันเข้าพรรษา ปล่อยไว้นานสามเดือน ก็สามารถนำมารับประทานได้
- ในงานมงคลมักมีกล้วยเข้ามาร่วมเกี่ยวในพิธีด้วย เช่น กล้วยทั้งเครือ กล้วยดิบ เป็นต้น ซึ่งหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง และความสงบร่มเย็น
- ในสมัยก่อนคนที่เป็นโรคฝีดาษ มีแผลพุพอง จะให้นอนบนใบกล้วยเพราะจะทำให้น้ำเหลืองไม่ติดกับเสื้อผ้า
[แก้] สำนวนเกี่ยวกับกล้วย
- โค่นกล้วยอย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าไว้ลูก หมายถึง การฆ่าล้างตระกูล ไม่ให้มีโอกาสสืบเชื้อสาย หรือสกุลต่อไป
- ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก,ของกล้วยๆ, เรื่องกล้วยๆ หมายถึง ไม่ยาก ง่ายมาก
[แก้] อ้างอิง
กินกล้วยไข่...ขับไล่มะเร็ง
สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ไก่แนะนำให้ดื่มน้ำคั้นต้นอ่อนข้าวสาลีไว้
เมื่อคราวก่อน เพราะในความเป็นจริงแล้ว หากร่างกายของเราไม่มีปัญหาในการดูดซึม
หรือไม่มีปัญหาทางด้านสุขภาพที่ต้องพึ่งพาสารอาหารอื่นๆ เพื่อช่วยบำรุงสุขภาพ การดื่ม
น้ำคั้นต้นอ่อนข้าวสาลีก็ถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพียงเราทานอาหาร
ให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวันนั้นเพียงเท่านี้ก็ดีที่สุดแล้วค่ะ
ในครั้งนี้ไก่เลยขอแก้ตัวด้วยการนำเสนอ "กล้วยไข่" เป็นตัวที่ 4 สำหรับ
10 ยอดผักผลไม้ที่ดีสำหรับสุขภาพค่ะ

กล้วยไข่มีชื่อสามัญ คือ Pisang Mas บางพื้นที่เรียกกล้วยกระ ด้วยเมื่อกล้วยไข่สุก
จะมีรอยบุ๋มที่ผิว ทำให้น้ำบริเวณรอบข้างไหลเข้าไปที่รอยบุ๋ม ทำให้ผิวของกล้วยกลายเป็น
สีน้ำตาลดำ แต่ไม่ได้เป็นโรคแต่อย่างใด อาจทำให้ดูไม่น่ารับประทาน ขายยากหรือราคาตกไปบ้าง
บางแห่งเรียกกล้วยเจ๊กบอง ปลูกได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย ลำต้นของกล้วยไข่สูงประมาณ
2.5 - 3 เมตร ต้นกล้วยไข่สีเขียวมีเหลืองปน มีดอกคือปลีกล้วย แล้วเปลี่ยนเป็นผลอยู่ในหวี
หลายหวีรวมกันเรียกว่าเครื่อ ใน 1 เครือ ของกล้วยไข่มีประมาณ 7-8 หวี 1 หวี มี 14-18 ผล
เนื้อกล้วยไข่สีเหลืองพระจันทร์ รสชาติ หวาน อร่อย เปลือกบางหุ้มไว้

ถ้าเทียบกล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ในปริมาณ 1 ขีดเท่ากัน กล้วยไข่จะมีเบต้าแคโรทีน
มากที่สุดถึง 492 ไมโครกรัม ขณะที่กล้วยน้ำว้ามีเพียง 9 ไมโครกรัม
นอกจากนี้กล้วยไข่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก ซึ่งสารนี้สามารถช่วยเหลือมนุษย์ให้รอดพ้นจาก
ความชราชะลอริ้วรอยต่างๆ ตลอดจนชะลอความเสื่อมของเซลล์ ที่สำคัญยังมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง
และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้ายได้
กล้วยไข่ยังมีสารอาหารที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น เกลือแร่ วิตามินเอ บี2 บี6 และวิตามินซี
ซึ่งไม่เฉพาะแต่ผลกล้วยเท่านั้น ในหัวปลียังมีแคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็น
ประโยชน์ต่อกระดูกและเนื้อเยื่ออย่างมาก ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้อย่างดี เพราะเนื้อกล้วยไข่มีไฟเบอร์
ชนิดไม่ละลายน้ำสูง
แต่น่าเป็นห่วงที่ว่า กล้วยไข่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตอยู่พอสมควร จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ
ลดน้ำหนัก
กล้วยไข่นำมาแปรรูปเป็นอาหารได้ เช่น กล้วไข่เชื่อม ข้าวเม่าทอดกล้วยไข่ บวดชีกล้วยไข่

แหล่งปลูกกล้วยไข่ของไทยที่ดีมีรสชาติหวานหอมอร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร
และเดือน 10 ของทุกปี จะมีงานสารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง มีการกวนกระยาสารทกะทะหลวง
ซึ่งอนุรักษ์ประเพณีนี้ไว้ที่จังหวัดกำแพงเพชรเพียงแห่งเดียว
เมื่อคราวก่อน เพราะในความเป็นจริงแล้ว หากร่างกายของเราไม่มีปัญหาในการดูดซึม
หรือไม่มีปัญหาทางด้านสุขภาพที่ต้องพึ่งพาสารอาหารอื่นๆ เพื่อช่วยบำรุงสุขภาพ การดื่ม
น้ำคั้นต้นอ่อนข้าวสาลีก็ถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพียงเราทานอาหาร
ให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวันนั้นเพียงเท่านี้ก็ดีที่สุดแล้วค่ะ
ในครั้งนี้ไก่เลยขอแก้ตัวด้วยการนำเสนอ "กล้วยไข่" เป็นตัวที่ 4 สำหรับ
10 ยอดผักผลไม้ที่ดีสำหรับสุขภาพค่ะ
กล้วยไข่มีชื่อสามัญ คือ Pisang Mas บางพื้นที่เรียกกล้วยกระ ด้วยเมื่อกล้วยไข่สุก
จะมีรอยบุ๋มที่ผิว ทำให้น้ำบริเวณรอบข้างไหลเข้าไปที่รอยบุ๋ม ทำให้ผิวของกล้วยกลายเป็น
สีน้ำตาลดำ แต่ไม่ได้เป็นโรคแต่อย่างใด อาจทำให้ดูไม่น่ารับประทาน ขายยากหรือราคาตกไปบ้าง
บางแห่งเรียกกล้วยเจ๊กบอง ปลูกได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย ลำต้นของกล้วยไข่สูงประมาณ
2.5 - 3 เมตร ต้นกล้วยไข่สีเขียวมีเหลืองปน มีดอกคือปลีกล้วย แล้วเปลี่ยนเป็นผลอยู่ในหวี
หลายหวีรวมกันเรียกว่าเครื่อ ใน 1 เครือ ของกล้วยไข่มีประมาณ 7-8 หวี 1 หวี มี 14-18 ผล
เนื้อกล้วยไข่สีเหลืองพระจันทร์ รสชาติ หวาน อร่อย เปลือกบางหุ้มไว้
ถ้าเทียบกล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ในปริมาณ 1 ขีดเท่ากัน กล้วยไข่จะมีเบต้าแคโรทีน
มากที่สุดถึง 492 ไมโครกรัม ขณะที่กล้วยน้ำว้ามีเพียง 9 ไมโครกรัม
นอกจากนี้กล้วยไข่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก ซึ่งสารนี้สามารถช่วยเหลือมนุษย์ให้รอดพ้นจาก
ความชราชะลอริ้วรอยต่างๆ ตลอดจนชะลอความเสื่อมของเซลล์ ที่สำคัญยังมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง
และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้ายได้
กล้วยไข่ยังมีสารอาหารที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น เกลือแร่ วิตามินเอ บี2 บี6 และวิตามินซี
ซึ่งไม่เฉพาะแต่ผลกล้วยเท่านั้น ในหัวปลียังมีแคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็น
ประโยชน์ต่อกระดูกและเนื้อเยื่ออย่างมาก ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้อย่างดี เพราะเนื้อกล้วยไข่มีไฟเบอร์
ชนิดไม่ละลายน้ำสูง
แต่น่าเป็นห่วงที่ว่า กล้วยไข่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตอยู่พอสมควร จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ
ลดน้ำหนัก
กล้วยไข่นำมาแปรรูปเป็นอาหารได้ เช่น กล้วไข่เชื่อม ข้าวเม่าทอดกล้วยไข่ บวดชีกล้วยไข่
แหล่งปลูกกล้วยไข่ของไทยที่ดีมีรสชาติหวานหอมอร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร
และเดือน 10 ของทุกปี จะมีงานสารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง มีการกวนกระยาสารทกะทะหลวง
ซึ่งอนุรักษ์ประเพณีนี้ไว้ที่จังหวัดกำแพงเพชรเพียงแห่งเดียว
กล้วยไข่
สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ไก่แนะนำให้ดื่มน้ำคั้นต้นอ่อนข้าวสาลีไว้
เมื่อคราวก่อน เพราะในความเป็นจริงแล้ว หากร่างกายของเราไม่มีปัญหาในการดูดซึม
หรือไม่มีปัญหาทางด้านสุขภาพที่ต้องพึ่งพาสารอาหารอื่นๆ เพื่อช่วยบำรุงสุขภาพ การดื่ม
น้ำคั้นต้นอ่อนข้าวสาลีก็ถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพียงเราทานอาหาร
ให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวันนั้นเพียงเท่านี้ก็ดีที่สุดแล้วค่ะ
ในครั้งนี้ไก่เลยขอแก้ตัวด้วยการนำเสนอ "กล้วยไข่" เป็นตัวที่ 4 สำหรับ
10 ยอดผักผลไม้ที่ดีสำหรับสุขภาพค่ะ

กล้วยไข่มีชื่อสามัญ คือ Pisang Mas บางพื้นที่เรียกกล้วยกระ ด้วยเมื่อกล้วยไข่สุก
จะมีรอยบุ๋มที่ผิว ทำให้น้ำบริเวณรอบข้างไหลเข้าไปที่รอยบุ๋ม ทำให้ผิวของกล้วยกลายเป็น
สีน้ำตาลดำ แต่ไม่ได้เป็นโรคแต่อย่างใด อาจทำให้ดูไม่น่ารับประทาน ขายยากหรือราคาตกไปบ้าง
บางแห่งเรียกกล้วยเจ๊กบอง ปลูกได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย ลำต้นของกล้วยไข่สูงประมาณ
2.5 - 3 เมตร ต้นกล้วยไข่สีเขียวมีเหลืองปน มีดอกคือปลีกล้วย แล้วเปลี่ยนเป็นผลอยู่ในหวี
หลายหวีรวมกันเรียกว่าเครื่อ ใน 1 เครือ ของกล้วยไข่มีประมาณ 7-8 หวี 1 หวี มี 14-18 ผล
เนื้อกล้วยไข่สีเหลืองพระจันทร์ รสชาติ หวาน อร่อย เปลือกบางหุ้มไว้

ถ้าเทียบกล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ในปริมาณ 1 ขีดเท่ากัน กล้วยไข่จะมีเบต้าแคโรทีน
มากที่สุดถึง 492 ไมโครกรัม ขณะที่กล้วยน้ำว้ามีเพียง 9 ไมโครกรัม
นอกจากนี้กล้วยไข่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก ซึ่งสารนี้สามารถช่วยเหลือมนุษย์ให้รอดพ้นจาก
ความชราชะลอริ้วรอยต่างๆ ตลอดจนชะลอความเสื่อมของเซลล์ ที่สำคัญยังมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง
และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้ายได้
กล้วยไข่ยังมีสารอาหารที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น เกลือแร่ วิตามินเอ บี2 บี6 และวิตามินซี
ซึ่งไม่เฉพาะแต่ผลกล้วยเท่านั้น ในหัวปลียังมีแคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็น
ประโยชน์ต่อกระดูกและเนื้อเยื่ออย่างมาก ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้อย่างดี เพราะเนื้อกล้วยไข่มีไฟเบอร์
ชนิดไม่ละลายน้ำสูง
แต่น่าเป็นห่วงที่ว่า กล้วยไข่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตอยู่พอสมควร จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ
ลดน้ำหนัก
กล้วยไข่นำมาแปรรูปเป็นอาหารได้ เช่น กล้วไข่เชื่อม ข้าวเม่าทอดกล้วยไข่ บวดชีกล้วยไข่

แหล่งปลูกกล้วยไข่ของไทยที่ดีมีรสชาติหวานหอมอร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร
และเดือน 10 ของทุกปี จะมีงานสารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง มีการกวนกระยาสารทกะทะหลวง
ซึ่งอนุรักษ์ประเพณีนี้ไว้ที่จังหวัดกำแพงเพชรเพียงแห่งเดียว
เมื่อคราวก่อน เพราะในความเป็นจริงแล้ว หากร่างกายของเราไม่มีปัญหาในการดูดซึม
หรือไม่มีปัญหาทางด้านสุขภาพที่ต้องพึ่งพาสารอาหารอื่นๆ เพื่อช่วยบำรุงสุขภาพ การดื่ม
น้ำคั้นต้นอ่อนข้าวสาลีก็ถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพียงเราทานอาหาร
ให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวันนั้นเพียงเท่านี้ก็ดีที่สุดแล้วค่ะ
ในครั้งนี้ไก่เลยขอแก้ตัวด้วยการนำเสนอ "กล้วยไข่" เป็นตัวที่ 4 สำหรับ
10 ยอดผักผลไม้ที่ดีสำหรับสุขภาพค่ะ
กล้วยไข่มีชื่อสามัญ คือ Pisang Mas บางพื้นที่เรียกกล้วยกระ ด้วยเมื่อกล้วยไข่สุก
จะมีรอยบุ๋มที่ผิว ทำให้น้ำบริเวณรอบข้างไหลเข้าไปที่รอยบุ๋ม ทำให้ผิวของกล้วยกลายเป็น
สีน้ำตาลดำ แต่ไม่ได้เป็นโรคแต่อย่างใด อาจทำให้ดูไม่น่ารับประทาน ขายยากหรือราคาตกไปบ้าง
บางแห่งเรียกกล้วยเจ๊กบอง ปลูกได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย ลำต้นของกล้วยไข่สูงประมาณ
2.5 - 3 เมตร ต้นกล้วยไข่สีเขียวมีเหลืองปน มีดอกคือปลีกล้วย แล้วเปลี่ยนเป็นผลอยู่ในหวี
หลายหวีรวมกันเรียกว่าเครื่อ ใน 1 เครือ ของกล้วยไข่มีประมาณ 7-8 หวี 1 หวี มี 14-18 ผล
เนื้อกล้วยไข่สีเหลืองพระจันทร์ รสชาติ หวาน อร่อย เปลือกบางหุ้มไว้
ถ้าเทียบกล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ในปริมาณ 1 ขีดเท่ากัน กล้วยไข่จะมีเบต้าแคโรทีน
มากที่สุดถึง 492 ไมโครกรัม ขณะที่กล้วยน้ำว้ามีเพียง 9 ไมโครกรัม
นอกจากนี้กล้วยไข่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก ซึ่งสารนี้สามารถช่วยเหลือมนุษย์ให้รอดพ้นจาก
ความชราชะลอริ้วรอยต่างๆ ตลอดจนชะลอความเสื่อมของเซลล์ ที่สำคัญยังมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง
และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้ายได้
กล้วยไข่ยังมีสารอาหารที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น เกลือแร่ วิตามินเอ บี2 บี6 และวิตามินซี
ซึ่งไม่เฉพาะแต่ผลกล้วยเท่านั้น ในหัวปลียังมีแคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็น
ประโยชน์ต่อกระดูกและเนื้อเยื่ออย่างมาก ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้อย่างดี เพราะเนื้อกล้วยไข่มีไฟเบอร์
ชนิดไม่ละลายน้ำสูง
แต่น่าเป็นห่วงที่ว่า กล้วยไข่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตอยู่พอสมควร จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ
ลดน้ำหนัก
กล้วยไข่นำมาแปรรูปเป็นอาหารได้ เช่น กล้วไข่เชื่อม ข้าวเม่าทอดกล้วยไข่ บวดชีกล้วยไข่
แหล่งปลูกกล้วยไข่ของไทยที่ดีมีรสชาติหวานหอมอร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร
และเดือน 10 ของทุกปี จะมีงานสารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง มีการกวนกระยาสารทกะทะหลวง
ซึ่งอนุรักษ์ประเพณีนี้ไว้ที่จังหวัดกำแพงเพชรเพียงแห่งเดียว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)